คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2012

“กอด” ตอนที่4

(Written by LOVE A LOT เสื้อคู่รัก)

อ่าน “กอด” ตอนที่ 1-3

……………………..

“ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องคนไข้ดังขึ้น กานต์เปิดประตูพร้อมหิ้วของบำรุงคนไข้ถุงใหญ่เข้ามา
“สวัสดีค่ะพ่อ” กานต์กล่าวทักทายพ่อที่ลุกมาช่วยหิ้วของ แต่สายตากลับมองไปที่หญิงสาวแปลกหน้าที่นั่งอยู่ข้างเตียงของต้น

“นั่นน้ำฝนลูก….นี่กานต์ลูกสาวลุงเอง” พ่อแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน
“น้ำฝนเป็นเพื่อนของต้นที่ทำงานค่ะ..ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณกานต์”
กานต์ยิ้มตอบ พร้อมถามถึงอาการของต้น “ต้นเป็นยังไงบ้างคะ”
“เห็นว่าดีขึ้นแล้วค่ะ โชคดีที่ปอดไม่ติดเชื้อ คุณหมอเพิ่งเข้ามาให้ยาเมื่อสักพักนี้เองค่ะ ตอนนี้น่าจะหลับเพราะฤทธิ์ยา”

“เห็นลูกโทรมาว่าจะซื้อของเข้ามา พ่อก็เลยรออยู่ จะได้กลับด้วยกัน เพราะคืนนี้น้ำฝนเค้าอาสาจะเฝ้าไข้ให้”
“ค่ะ” กานต์ขานพร้อมพยักหน้ารับ
“งั้นเราไปเลยก็ได้ค่ะพ่อ ต้นจะได้พักผ่อน”
“พวกเราขอตัวกลับเลยนะน้ำฝน ลุงฝากดูต้นด้วยนะ”
“ได้ค่ะ สวัสดีค่ะคุณลุง สวัสดีค่ะคุณกานต์”
“สวัสดีค่ะ” กานต์ยิ้มรับอีกครั้ง
……………………………..

“แฟนต้นเหรอคะ พ่อ” กานต์เอ่ยถามด้วยความสงสัยระว่างทางกลับบ้าน
“พ่อก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่พ่อคุ้นๆหน้าเค้าเหมือนกัน เหมือนว่าเคยเห็นที่ไหน”
“แต่ก็ดูเหมือนต้นเค้าก็ไม่ได้คุยอะไรกับหนูน้ำฝนนั่นมากมายเท่าไหร่เลยนะ” พ่อพูดเสริม

ตอนนี้เกิดคำถามขึ้นมากมายในใจของกานต์ แต่เหมือนจะมีอยู่คำตอบเดียวที่หญิงสาวรู้คำตอบอยู่แล้ว และก็อาจจะรู้มานานแล้วด้วย เพราะมันเป็น…ความรู้สึกของเธอเอง
…………………………………

“ขอบคุณมากนะกานต์” ประโยคแรกที่ต้นพูดกับกานต์หลังจากกานต์กับลุงนพมาเยี่ยมต้นอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น
“ถ้าไม่ได้ลุงนพกับกานต์ ตอนนี้ต้นแย่แน่เลย ขอโทษที่ทำให้ต้องลำบากกันด้วยนะครับ” ต้นยกมือขอบคุณลุงนพอีกครั้ง
“ลุงบอกแล้วไง ต้นก็เหมือนหลานลุงคนนึง ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก” ลุงนพพูดพลางตบไหล่ต้นเบาๆ
“อืม ไม่ต้องคิดมากหรอก..แล้วตอนนี้เป็นไงบ้างหล่ะ” กานต์เริ่มต้นคุยด้วยคำถาม
“คุณหมอบอกว่าวันนี้ก็น่าจะออกโรงพยาบาลได้แล้วหล่ะ” ต้นตอบ
“ดีแล้วหล่ะที่ไม่เป็นอะไรมาก” กานต์พูดแล้วก็มองซ้ายมองขวาราวกับพยายามจะมองหาอะไรอยู่
“น้ำฝนเค้ากลับไปแล้วหล่ะ เค้ามีธุระด่วนอ่ะ” ต้นตอบอีกครั้งแม้กานต์จะยังไม่ได้ถาม
“เหรอ…อืม” กานต์สะแหยะยิ้มรับ

“พ่อไปเอาของที่รถก่อนนะลูก คุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวพ่อมา” เหมือนว่าลุงนพจะปล่อยให้ทั้งสองคุยกันตามลำพัง

“น้ำฝนเค้าเป็นแฟนเก่าต้น เราเพิ่งเลิกกันเมื่อวันก่อน”
“ต้นไม่ดีเองแหล่ะ…….” กานต์กำลังฟังอย่างไม่ละสายตา
“ตอนนี้เค้ามีสิทธิ์เลือก ไม่ใช่เรา” ต้นบอก
ดูเหมือนว่ากานต์กำลังได้รับคำตอบในหลายๆคำถามที่เธออยากรู้ แต่ก็คงไม่ใช่ทั้งหมด

“อย่าเพิ่งคิดอะไรมากตอนนี้เลย พักผ่อนเยอะๆเถอะ”
“เออ…อาทิตย์หน้าเรากับพ่อจะไปทำบุญวันครบรอบของแม่เรา ต้นว่างรึเปล่า ไปด้วยกันมั้ย?”
“ไปสิ ต้นจะได้ถือโอกาสไปทำบุญให้พ่อกับแม่ด้วย……”
“กานต์….ขอบคุณมากนะ” ทีนี้เป็นคราวที่ต้นยิ้มบ้าง

โปรดติดตามตอนต่อไป

Cr: http://www.vrlovealot.com

Advertisements

มันก็แค่ “อกหัก”

(Written by LOVE A LOT เสื้อคู่รัก)

วันนี้มีโอกาสคุยกับเพื่อนๆเรื่องความรักโดยเฉพาะเรื่องอกหักครับ จริงๆแล้วถ้าเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะอธิบายหรือเข้าใจจอะไรได้เป็นฉากๆ แต่ถ้าเป็นเราจริงๆก็คงเป็นเรื่องยากใช่มั้ยครับ 

“ความน่ากลัวของการอกหักไม่ได้อยู่ที่ว่ามันทำให้เราไม่มีใคร แต่มันน่ากลัวตรงที่มันทำให้ใจเราไม่เข้มแข็งเหมือนเดิม” ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำก็คือพยายามทำให้ใจเรากลับมาแข็งแรงให้เร็วที่สุดครับ

วิธีการของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันนะครับ แต่สิ่งที่ผมแนะนำได้ก็คือเราลองทำความเข้าใจกับความจริงที่ว่า ในวันนึงอาจจะมีคนถูกบอกเลิกนับล้านคน และในวันเดียวกันก็อาจจะมีคนถูกบอกรักจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกัน วันนี้อาจไม่ใช่วันของเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ใช่ไปซะทุกวันนะครับ แต่ถ้าเราไม่เตรียมจิตใจให้พร้อมและแข็งแรงไว้ วันดีๆที่กำลังจะมาถึงก็คงจะยิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังผิดหวังหรือท้อแท้อยู่นะครับ “อย่าเลือกมองฟ้าเวลาพายุกำลังเข้า แต่ให้มองเช้าของวันที่ฟ้าสดใส” นะครับ..สู้ๆ ^^

Cr: http://www.vrlovealot.com

“กอด” ตอนที่3

(Written by LOVE A LOT เสื้อคู่รัก)
“กอด” ตอนที่1
“กอด” ตอนที่2

“พ่อคะ..พ่อ..ช่วยไปดูต้นให้หน่อยค่ะ” กานต์วิ่งกลับมาที่บ้านเพื่อร้องขอให้พ่อช่วย
“เกิดอะไรขึ้นลูก” พ่อละหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านอยู่ และรีบเดินตามลูกสาวออกมาพร้อมถามกลับด้วยความห่วงใย
“หนูก็ไม่แน่ใจค่ะพ่อ เห็นเค้านอนสั่นอยู่ที่พื้นบ้านค่ะ ไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนนี้….”

“ต้น..ต้น” ลุงนพขานเรียกเบาๆพร้อมกับพยายามพลิกตัวของต้นเพื่อดูอาการ
“ลุงนพ…” ต้นพยายามลืมตาขึ้นมามอง เสียงสั่นเครือของต้นทำให้กานต์รีบบอกพ่อของตนว่า
“พาไปหาหมอดีกว่าค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูไปเอารถออกมา พ่อพาต้นไปที่หน้าบ้านนะคะ”

บ้านของทั้งสองเป็นทาวน์เฮาส์ 3 ชั้นอยู่หลังเยื้องๆกัน กานต์ขับรถออกมาจอดที่หน้าบ้านของต้น พร้อมกันกับที่พ่อกำลังประคองต้นมาถึงพอดี กานต์รีบวิ่งมาเปิดประตูด้านหลังให้พ่อพาต้นขึ้นรถ
“มาเดี๋ยวพ่อขับเอง” กานต์ส่งกุญแจรถให้พ่อ แล้วรีบวิ่งไปปิดประตูบ้านให้ต้นก่อนที่จะกลับมาขึ้นรถ

“หนูแค่จะดูว่าเค้ายังอยู่บ้านไหม” พ่อแค่หันมามองแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
“ตัวเค้าร้อนด้วยนะ พ่อว่าเมื่อคืนน่าจะอาการหนักอยู่นะ” กานต์ไม่ได้ตอบอะไรพ่อเช่นกัน ได้แต่หันไปมองต้นอีกครั้ง
โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากบ้านต้นประมาณ 10 นาที แต่คราวนี้เหมือนลุงนพจะใช้เวลาน้อยกว่านั้น

พยาบาลรีบเอารถเข็นมารับต้น
“คนไข้เป็นอะไรมาคะ”
“น่าจะตากฝนอยู่นานเมื่อคืนนี้ ตอนนี้ก็เหมือนจะมีไข้ด้วยค่ะ” กานต์รีบตอบกลับไป

“หมอว่ายังไงบ้างลูก” พ่อเดินเข้ามาถามอาการของต้นกับกานต์หลังจอดรถเสร็จ
“ยังไม่รู้เลยค่ะพ่อ เค้าให้หนูมารอตรงนี้ก่อน” กานต์พูดพลางมองไปที่ห้องฉุกเฉิน
“ยังไงหนูฝากพ่อด้วยนะคะ หนูคงต้องรีบไปทำงานแล้ว”
“ไปเถอะลูก ไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวพ่อจัดการเอง”
………………………

“ไม่ทราบเป็นญาติคนไข้รึเปล่าครับ” คุณหมอเดินออกมาถามลุงนพที่กำลังพยายามกรอกประวัติของต้นอยู่ด้านนอกห้องฉุกเฉิน
“เออ..ครับ ผมเป็นลุงของเค้าครับ” ลุงนพตอบด้วยความลังเล
“คือผมเกรงว่าคนไข้อาจจะมีอาการปอดติดเชื้อ คงต้องให้รอดูอาการที่นี่ก่อนนะครับ”
“เดี๋ยวเชิญคุณลุงไปกับพยาบาลคนนี้นะครับ เธอจะสอบถามเรื่องห้องคนไข้กับคุณลุงด้วยครับ” คุณหมอชี้ไปทางพยาบาลที่กำลังเดินเข้ามา

ลุงนพเลือกห้องเดี่ยวให้กับต้น เพราะทราบจากพยาบาลว่าต้นสามารถขอเบิกค่าใช้จ่ายกับประกันสุขภาพที่ต้นทำไว้ได้ ตอนนี้ต้นยังไม่รู้สึกตัวดีนัก
“ขออนุญาตเปลี่ยนชุดให้คนไข้นะคะ รบกวนคุณลุงเก็บของของคนไข้ไว้ให้ด้วยค่ะ” พยาบาลแจ้งให้ลุงนพเก็บกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของต้นออกก่อน

“อีกสักครั้ง ฉันอยากจะฟังเสียงของเธอ……” เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของต้นดังขึ้นระหว่างที่ลุงนพรอพยาบาลเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ต้นอยู่
“น้ำฝน” ชื่อที่ปรากฎอยู่ที่หน้าจอ…………..

โปรดติดตามตอนต่อไป

Cr: http://www.vrlovealot.com

“กอด” ตอนที่2

(Written by LOVE A LOT เสื้อคู่รัก)
อ่าน “กอด” ตอนที่1

“ต้น ไปด้วยกันมั้ย” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร ไปเถอะ” ต้นปฏิเสธพร้อมกับส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล

“สวัสดีค่ะพ่อ” กานต์ทักทายคุณพ่อพร้อมกับรีบปิดประตูรถหนีสายฝน
“นั่นต้นไม่ใช่เหรอลูก ชวนเค้ามากับเรามั้ย” พ่อเอ่ยถามด้วยความมั่นใจ
“หนูชวนเค้าแล้วค่ะ แต่เค้าไม่ยอมมา” ลูกสาวตอบ
“อืม..พักนี่ต้นเค้าดูแปลกๆนะ เมื่อเช้าหลังลูกออกไปทำงาน พ่อก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันจากบ้านต้น เสียงดังอยู่นาน”
พ่อทิ้งความสงสัยไว้ให้กานต์ พร้อมกับเร่งเครื่องรถออกไป
แม้กานต์ไม่ได้เหลียวหลังไปมองต้นอีกครั้ง แต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องของเค้าอยู่

“อ่อด..อ่อดๆ” เสียงกริ่งที่หน้าบ้านต้นดังแต่เช้าตรู่ กานต์ยืนรอการตอบรับจากคนในบ้านด้วยอาการครุ่นคิด เสียงกริ่งดังขึ้นอีกสองสามครั้งพร้อมกับความเงียบงันจากภายใน เธอสังเกตเห็นประตูหน้าบ้านของต้นที่ยังปิดไม่สนิทดีจึงแน่ใจว่าต้นน่าจะยังอยู่ในบ้าน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอเปิดประตูรั้วเข้ามาบ้านต้นโดยไม่ได้ขออนุญาตใคร

………………….

ต้น และ กานต์ เรียนชั้นประถม และมัธยม ที่โรงเรียนเดียวกัน ทั้งคู่มักจะไปโรงเรียนพร้อมกันด้วยความบังเอิญ จนหลายครั้งถูกเพื่อนๆมองว่าเป็นแฟนกัน แต่ทั้งสองก็ปฏิเสธด้วยเหตุผลของการเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้ช่วงหลังแม้พบเจอกัน ทั้งคู่ก็ดูจะพูดคุยกันน้อยลง และก็เป็นเช่นนี้จนกระทั่งต้นไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่จังหวัดเชียงใหม่

………………….

เมื่อเดินเข้ามาถึงตัวบ้าน เธอก็ค่อยๆลองผลักประตูเหล็กดัดที่ดูเหมือนจะไม่ได้ลงกลอนไว้เช่นกัน
“ต้น!” กานต์ร้องเรียก เมื่อพบชายหนุ่มกำลังนอนคดคู้อยู่ที่พื้นบ้าน………..

โปรดติดตามตอนต่อไป

Cr: http://www.vrlovealot.com

“กอด” ตอนที่1

(Written by LOVE A LOT เสื้อคู่รัก)

ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมา ต้น ผู้ที่ไม่เคยคิดจะพกร่มมาทำงาน กำลังรีบลงจากรถเมล์และวิ่งเข้าหาที่กำบังพายุฝน
ที่ป้ายรถเมล์หน้าปากซอยบ้านของเขา กานต์ หญิงสาวข้างบ้าน ก็กำลังยืนหลบฝนอยู่เช่นเดียวกัน ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่ค่อยลงรอยกันนักในวัยเด็ก แต่ก็เรียกได้ว่าทั้งสองสนิทกันพอสมควร แต่วันนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ

“ต้น ทำไมวันนี้กลับบ้านเร็วจัง” กานต์สงสัยในตัวหนุ่มเจ้าสำราญประจำซอย
“…..” ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆมาจากชายหนุ่ม ถึงแม้ใบหน้าของต้นจะเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่กานต์ก็ยังสังเกตได้ถึงคราบน้ำตาที่แทรกซึมออกมาจากหยาดฝนเหล่านั้น
“ต้น เป็นอะไรรึเปล่า” กานต์เริ่มถามอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มลง
ต้นเงยหน้าและหันมาทางกานต์ช้าๆ พร้อมน้ำตาที่มากขึ้นกว่าเดิม จากชายหนุ่มผู้ถูกมองมาตลอดว่าเข้มแข็ง จนบางครั้งก็เหมือนจะแข็งกระด้างจนเกินไปด้วยซ้ำ และไม่เคยมีอะไรมาทำให้เค้าเสียน้ำตาได้อีกหลังจากที่เสียไปครั้งสุดท้ายให้กับงานศพของพ่อและแม่ของเค้าที่เสียชีวิตพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 2 ปีก่อน

“….” ต้นยังคงเงียบ ไม่พูดอะไร
“ปิ้น ปิ้น” เสียงแตรดังขึ้น ลุงนพ พ่อของกานต์ขับรถออกมารับลูกสาวเข้าบ้านแล้ว….

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…….

 

Cr: http://www.vrlovealot.com

รักแท้ แพ้ “ทิฐิ”

(Written by LOVE A LOT เสื้อคู่รัก)

หลายคนคงจะคุ้นชินกับคำว่า “รักแท้ แพ้ระยะทาง” กันมาบ้าง แต่เชื่อไหมครับว่านอกเหนือจากระยะทางแล้ว ศัตรูตัวร้ายของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอีกอย่าง มีชื่อว่า “ทิฐิ”

ทิฐิ มักจะเข้ามาหลังจากเวลาที่เราเพิ่งมีปากเสียง หรือทะเลาะกัน ซึ่งจริงๆแล้วเราก็อยากที่จะกลับมาคืนดีกัน แต่เจ้า ทิฐิ ก็จะรีบเข้ามาบอกว่า “อย่าไปยอมนะ” หรือ “เราไม่ผิด” แล้วเสียงมันก็ดังพอที่จะทำให้เราลืมหูลืมตาไม่ขึ้น จนลืมไปว่าคนๆนั้นก็คือคนที่เรารักและรักเรา

การที่เราจะเอาชนะทิฐิได้นั้น เราอาจจะจำเป็นต้องใช้ตัวช่วย ที่เรียกว่า “ขอโทษ”…

“ทิฐิ” มักต้องการหาผู้ชนะ ซึ่งไม่อาจจะหาได้ใน “สมรภูมิรัก”…แต่ “ขอโทษ” สามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายวางอาวุธแล้วหันหน้ากลับมาคุยกันได้อีกครั้ง ส่วนคนที่กล่าวขอโทษได้นั้นขอให้คิดว่าเราไม่ใช่ผู้แพ้ แต่เราคือผู้ชนะ..ที่สามารถเอาชนะเจ้า ทิฐิ ของตัวเอาเองได้นั่นเอง

ขอให้ความรักคุ้มครองทุกคนครับ

 Cr: http://www.vrlovealot.com

“วันแรก” ของการ “พบเจอ” คือ “วันนับถอยหลัง” ของการ “จากลา”

(Written by LOVE A LOT เสื้อคู่รัก)

ความจริงที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้…ว่าสักวันคนที่เรารักก็ต้องจากเราไป
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เร็วก็ช้า ไม่เราก็เค้า แต่สุดท้ายก็ต้อง “จาก”

ที่วันนี้ผมเอาเรื่องนี้มาคุยกัน เพราะวันนี้ได้มีโอกาสพูดคุย พบเจอ เรื่องราวของการ “เลิกรา”
3 คู่ ภายในวันเดียวกัน ซึ่งแท้จริงคงมีจำนวนมากกว่านั้น เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้จักกันก็เท่านั้น

ความรู้สึกที่รับรู้ได้ของอารมณ์ “อกหัก” ก็คงไม่ต่างกันมาก มันคงเป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่เคยเข้ามาทักทายผมในอดีต…”น้ำตา” ที่ไม่เลือกเพศในการไหลรินออกมา…”หัวใจ” ที่ดูเหมือนจะอ่อนแอกว่าปกติ…”ปาก” ที่ดูไม่ค่อยจะตรงกับใจด้วยคำว่า “ไม่เป็นไร”

สำหรับผม สิ่งที่พอจะใช้เยียวยาอารมณ์นี้ได้ ก็คงจะหนีไม่พ้น “สติ”….ทำความเข้าใจกับ “ธรรมดา” และ “ธรรมชาติ” ของชีวิต แล้วเราก็จะพอเข้าใจได้ว่า แท้จริงนั้น สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การ “พบเจอ” หรือ “จากลา” แต่อยู่ที่ “ช่วงเวลา” ระหว่างนั้นมากกว่า ว่าเราได้แบ่งปัน “สุข” ให้กันและกันอย่าง “เพียงพอ” แล้วหรือยัง….ถ้าใช่…”น้ำตาที่ไหลอยู่” ก็คงเป็นแค่เพียงร่องรอยของความ “เสียดาย” ที่จะไม่ได้แบ่งปันสุขให้แก่กันและกันอีก…เท่านั้น

หากเรายังมี “โอกาส”..ก็จงดูแล “ช่วงเวลา” ให้ดีที่สุด เพราะนั้นคือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า “วันแรก” หรือ “วันสุดท้าย”

Cr: http://www.vrlovealot.com