คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2014

งานแต่งงานริมชายหาดที่โรแมนติกที่สุดงานหนึ่ง

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาหนึ่งกับเดียว (รวมถึงเจ้าตัวน้อยในท้องของเดียว) มีโอกาสได้ไปงานแต่งงานของเพื่อนรักของเราคนหนึ่ง ซึ่งจัดขึ้นที่ริมชายหาดที่พัทยาที่ Sea Sand Sun Resort and Spa (http://www.seasandsunpty.com/index.php) ซึ่งจริงๆแล้วทั้งคู่นั้นได้จัดงานแต่งงานตามประเภณีไทยไปแล้วที่บ้านของเจ้าสาวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาไปแล้ว งานนี้จึงถือเป็นงานเลี้ยงฉลองสมรสมากกว่า และก็ถือว่าเป็นงานแต่งงานริมชายหาดครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสไปร่วมในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว และพิธีกรในงานด้วย ^^

ที่อยากมาเล่าให้ฟังคือความโรแมนติกที่เกิดขึ้นในงานวันนั้น บรรยากาศริมชายหาดก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานดูน่าสนใจและมีเสน่ห์มากขึ้น แต่ความรักและความโรแมนติกของคู่บ่าวสาวกลับมีส่วนสำคัญมากกว่าที่ทำให้เหตุการณ์ในงานวันนั้นยากที่จะลืมเลือนไปได้สำหรับคนทั้งคู่และแขกที่มีโอกาสได้ไปร่วมงาน

งานจัดขึ้นเป็นส่วนตัว มีแขกคนสนิทของทั้งคู่ที่ได้รับเชิญราวร้อยคนได้ การตกแต่งและธีมของงานถูกจัดขึ้นเอาใจเจ้าสาวในสไตล์ Gastby (http://goo.gl/gEJuCl) ริมชายหาด ไม่เว้นแม้แต่แขกที่มาร่วมงานก็ถูกเชิญให้แต่งตัวแนว Gastby กันมาด้วย

งานเริ่มขึ้นด้วยการเชิญแขกผู้มีเกียรติในงานมานั่งบริเวณซุ้มสีขาวที่จัดไว้เพื่อเตรียมรอรับเจ้าสาว โดยมีเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าบ่าว ยืนรอเฉกเช่นในภาพยนต์ต่างประเทศที่เราเห็นกันบ่ิอยครั้ง ผมเองในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวก็อดที่จะตื่นเต้นกับพีธีการที่น่ารัก อบอุ่น และโรแมนติกเช่นนี้ไม่ได้ แต่คนที่ดูจะตื่นเต้นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเจ้าบ่าว เพื่อนของผม 

และหลังจากที่เจ้าสาวเดินปรากฎตัวลงมาที่ชายหาดด้วยชุดเดรสสีขาว เจ้าบ่าวก็แทบจะทำอะไรไม่ถูก เว้นเสียแต่รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะไม่สามารถหุบลงได้ง่ายๆ ขั้นตอนนี้ถูกดัดแปลงมาจากการแต่งงานในโบสถ์ของชาวคริสต์ ต่างกันก็ตรงที่ไม่มีบาทหลวงมาเป็นผู้นำในพิธีก็เท่านั้น ก่อนทำการแลกแหวน ก็มีการกล่าวความในใจต่อกันและกัน และฉากนี้เองที่ทำให้เจ้าบ่าวเพื่อนผมถึงกับน้ำตาไหลในขณะที่กำลังพูดความรักที่เค้ามีต่อผู้หญิงที่เค้ารัก และประโยคหนึ่งที่ผมร็สึกประทับใจก็คือ “ของขวัญที่จะให้ในวันนี้ คือชีวิตที่เหลืออยู่จากนี้ที่จะคอยดูแลกันและกันให้ดีที่สุดและตลอดไป…”

เมื่อพิธีการแลกแหวนในช่วงแรกเสร็จสิ้นก็เป็นการเชิญแขกผู้มีเกียรติรับประทานอาหารซึ่งจัดขึ้นแบบบุฟเฟต์ โต๊ะยาวสองฝั่ง และโต๊ะ VIP ถูกจัดวางให้เข้ากับบรรยาศเป็นอย่า่งดี และเมื่อได้เวลา ก็เป็นพิธีการในช่วงที่สองซึ่งผมก็ได้มีโอกาสทำหน้าที่พิธีการฝ่ายชาย โดยมีเพื่อนของเจ้าสาวทำหน้าที่พิธีการฝ่ายหญิง สคริปต์และลำดับขั้นตอนถูกวางไว้อย่างกระชับและเป็นกันเอง มีการฉายวิดีโอของงานแต่งานแบบไทยให้แขกในงานได้ชม และก็ตามด้วยการเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นมาบนเวลทีเพื่อทำการสัมภาษณ์และเล่นเกมส์นอกสคริปต์สักเล็กน้อยเพื่อให้บรรยากาศดูสนุกสนานมากขึ้น จากนั้นจึงปิดท้ายด้วยคำอวยพรจากญาติผู้ใหญ่ คนสนิท และเพื่อนรักจากทั้งสองฝ่ายสลับผลัดเปลี่ยนกันกล่าว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผมด้วย งานนี้เลยได้ทำหน้าที่หลายอย่างซึ่งผมเองก็ดีใจและเต็มใจทำให้เพื่อนรักของผมเช่นกัน   

งานเลี้ยงจบลงด้วยการถ่ายภาพรวม เสียงเพลง เต้นรำ และที่ขาดไม่ได้ก่อนกลับ เพื่อนๆเจ้าบ่าวเลยจัดให้เจ้าบ่าวได้เปียกน้ำสมใจ (สุดท้ายก็โดนกันหมดทุกคน ^^) จะได้จำได้ว่างานแต่งงานริมชายหาดครั้งนี้ แสนจะสนุก ประทับใจ และมีความสุขมากเพียงใด….

ขอขอบคุณ และแสดงความยินดีกับบ่าวสาว (เบสและปอ) เพื่อนรักของเราทั้งสองอีกครั้งด้วยนะครับ 

Advertisements

แบ่งปันประสบการณ์จากโครงการจิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์ (ตอนที่1)

หลังจากทราบว่าภรรยาของผมตั้งครรภ์แล้ว นอกจากการหาข้อมูลเรื่องการฝากครรภ์และเตรียมความพร้อมด้านร่างกายเหมือนว่าที่คุณพ่อคุณแม่คู่อื่นๆแล้ว
เราก็หาข้อมูลในการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจด้วย โดยเฉพาะจิตใจของคุณแม่ เราอยากให้น้อง “คนนี้” สมบูรณ์และสุขภาพจิตดี สุดท้ายเราก็สมัครเข้าร่วมกับโครงการของเสถียรธรรมสถาน ชื่อโครงการว่า “โครงการจิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์” ส่วนนึงเป็นเพราะอยู่ใกล้บ้าน และเราสองคนเองก็เคยมีโอกาสเข้าไปปฏิบัติธรรมที่ั่นั่นอยู่บ้างครั้งสองครั้งแล้วพบว่าสถานที่เงียบสงบ ร่มรื่นดี และไม่ได้สอนให้เรางมงายในเรื่องใดๆนอกเหนือจากการสอนให้เรารู้เท่าทันจิตของเราเอง ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาที่เราสองคนเคารพนับถืออยู่ รวมทั้งค่าใช้จ่ายของโครงการตลอดทั้ง 9 เดือน (9 ครั้ง) ของการตั้งครรภ์เพียง 800 บาทเท่านั้น (เราเริ่มเข้าตอนท้องได้ 2 เดือนครับ) ซึ่งเราก็จะได้รับหนังสือคู่มือต่างๆ เสื้อยืดของโครงการฯ รวมทั้งกระปุกออมสินแม่ชีน้อยไว้ให้ลูกด้วย ^^ ก่อนสมัครเราก็ลองอ่านรีวิวของคุณพ่อคุณแม่ที่เคยเข้าโครงการนี้แล้ว ส่วนใหญ่ก็ชื่นชมและบอกว่าได้ประโยชน์ และหลายคนก็เข้าร่วมเป็นท้องที่สอง ท้องที่สามแล้ว ก็เลยช่วยให้เราสองคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ครับ

ถึงวันนี้หนึ่ง เดียว และคนนี้ เราเข้าโครงการมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ละครั้งก็ได้ความรู้ที่แตกต่างกันออกไปเพราะจะมีอาจารย์หมอซึ่งเป้นอาสาสมัครมาให้ความรู้ในด้านวิชาการ แต่สิ่งที่ได้รับเหมือนกันทั้ง 2 ครั้งก็คือ สภาวะจิตใจที่สงบและเป็นสุขมากขึ้นจากธรรมะที่ได้รับจากแม่ชีศันสนีย์ อาการเครียดของคุณแม่ที่ห่วงในเรื่องความสมบูรณ์ของลูกในท้องลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสำหรับผมแล้ว ด้วยเหตุและผล สภาวะจิตใจที่ดีของแม่ย่อมส่งผลดีสู่ลูกอย่างแน่นอน

โอกาสหน้าคงได้มาเล่าถึงรายละเีอียดของกิจกรรมในหนึ่งวันของโครงการจิตประภัสสรฯนี้ และขอเชิญว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนลองหาโอกาสมาฟังดูก่อนสักครั้งก็ได้ครับ เค้ามีจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือนครับ ยังไม่ต้องเสียเงินก็เข้ามาฟังได้นะครับ แม่ชีท่านพูดมาคำนึงว่า ถ้าเราอยากได้ลูกที่ดี ในฐานะพ่อแม่เราก็ต้องลงทุนให้ลูก ไม่ใช่เรื่องเงินทอง แต่เป็นการลงทุนทั้งเรื่องเวลาและจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสองเห็นด้วยกับแม่ชีครับ ยิ้ม


ครั้งแรกที่เข้าร่วมครับ (5 ม.ค. 57) คุณแม่แก้มเริ่มออกแล้วครับ ^^


เข้าไปชมภาพเพิ่มเติมได้จากเฟสบุคของเสถียรธรรมสถานตาม link ด้านล่างนะครับ
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151917106078099.1073742440.174757338098&type=3

กำลังเฝ้ามองลมหายใจของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลมหายใจเดียวกันกับที่กำลังสร้างอีกหนึ่งชีวิตในท้องของเธอ….ด้วยความสุขใจ

นี่เป็นกระทู้แรกของผมในพันทิป

ผมเขียนขณะที่ฟังเพลงนี้อยู่
http://www.youtube.com/watch?v=iQw0wh_o_70

และกำลังนั่งมองผู้หญิงคนนี้กับอีกหนึ่งชีวิตในท้องของเค้า…

ผมชื่อ “หนึ่ง” ครับ ภรรยาผมชื่อ “เดียว” ส่วนตัวเล็กในท้องเรายังสรุปไม่ได้ว่าจะให้ชื่ออะไร แต่ตอนนี้เราเรียกเค้าว่า “คนนี้” ไปก่อน ^^
ตอนนี้คนนี้อยู่ในท้องเดียวได้ 3 เดือนแล้วครับ แล้วเค้านี่แหล่ะที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับกระทู้แรกของผม

จริงๆแล้วเราสองคนไม่เคยคาดหวังกับการมีลูก หมายความว่าถ้าเค้าจะมาก็มา ถ้าเค้าไม่มาก็ไม่เป็นไร
แต่สิ่งที่เ่ราตั้งใจคือเราตั้งใจจะเป็นพ่อและแม่ที่ดีของใครสักคน ถ้าใครสักคนนั้นพร้อมที่จะเดินทางมาหากัน จนกระทั่ง “คนนี้” ก็มา หลังจากที่เราแต่งงานกันได้เกือบ 5 ปี

สิ่งที่ผมตั้งใจเขียนในกระทู้นี้หรือกระทู้อื่นๆต่อจากนี้คือ เรื่องราวที่อยากให้วันนึง “คนนี้” มีโอกาสได้อ่าน ผมแค่อยากให้เค้ารู้ว่า มันไม่ง่ายเลยที่จะให้กำเนิดอีกหนึ่งชีวิตนึงขึ้นมาในโลกที่มีแห่งความวุ่นวายใบนี้ และเราจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด ด้วย “ความรัก” อย่างไม่มีเงื่อนไข

ขอบคุณ “ความรัก” ที่ทำให้สิ่งสวยงามทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกับผม
ขอบคุณ “คนนี้” ที่เดินทางมาหาเรา
ขอบคุณ “เดียว” ที่กำลังมอบลมหายใจอันอ่อนโยนให้แก่ “คนนี้” ของเรา