คลังเก็บรายเดือน: มีนาคม 2014

365วัน..ใส่เสื้อคู่กัน..สนุกดี

มันเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่เราเพ้นท์เสื้อคู่ใส่ด้วยกัน

หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้สร้างแบรนด์เสื้อคู่เล็กๆของเราขึ้นมา
จนมาถึงวันนี้ถ้าวันไหนไม่ได้ใส่เสื้อคู่กันหรือเสื้อเหมือนกันมันก็จะรู้สึกแปลกๆเลยก็ว่าได้
แรกๆก็ใส่เสื้อแบรนด์ตัวเองอยู่หรอกครับ แต่พอเริ่มเบื่อ (ก็มันใส่ทุกวันเลยอ่ะ ^^)
เราก็เริ่มไปหาเสื้อจากร้านทั่วไปที่เหมือนกัน หรือคล้ายๆกันมาใส่ บางครั้งก็มาจากคนละร้านแต่ผ้าเหมือนกันก็มีครับ
ตอนนี้ในตู้เสื้อผ้ามีแต่เสื้อคู่ทั้งนั้นเลยครับ ก็จะมีบางตัวที่ยังไม่มีคู่เหมือนกันที่ส่วนใหญ่จะเป็นของแฟนผมที่เค้าชอบแล้วก็ไปซื้อมาก่อนจากร้านๆนึง แล้วเค้าก็จะตระเวนหาอีกตัวที่เหมือนๆกันหรือใส่คู่กันได้มาให้ผมให้ได้ก่อน เค้าถึงจะใส่ของเค้าพร้อมกัน

แรกๆเพื่อนผมชอบถามว่าใส่เสื้อคู่มันดีตรงไหน โดยเฉพาะผู้ชายหลายคนจะรู้สึกอายเวลาแฟนบังคับให้ใส่เสื้อคู่ด้วยกัน…
ผมว่านี่ก็เป็นวิธีแสดงความรักอย่างนึงนะครับ การที่มีคนมาขอให้เราใส่เสื้อคู่กับเค้า หรือแม้แต่ตัวเราเองที่อยากใส่เสื้อคู่กับใครสักคน
มันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอครับ…ลองดูก็ได้นะครับ นอกจากจะเป็นเรื่องสนุกแล้ว ผมว่าวันนั้นไม่คุณก็แฟนคุณคงยิ้มได้กว้างกว่าทุกวันแน่นอนครับ ^^

ปล. ปีหน้าผมตั้งใจว่าจะเขียนเรื่อง “365วัน..ใส่เสื้อครอบครัวด้วยกัน..สนุกดี” เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของเราสองคนสักหน่อยครับ หวังว่าถึงตอนนั้นเพื่อนๆยังจะเข้ามาอ่านกันอีกนะครับ

หนึ่ง-เดียว

Advertisements

สวนสาธารณะ…ฉันรักเธอ

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นมาเมื่อหลายเดือนก่อน ในวันที่ผมต้องออกไปหาโลเคชั่นเพื่อถ่ายทำหนังสั้นเรื่องหนึ่ง เป้าหมายของเราอยู่ที่สวนลุมพินี เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกและให้กับออฟฟิศของเพื่อนผมซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของโปรเจคนี้

จริงๆแล้วผมไม่ค่อยได้มีโอกาสไปสวนสาธารณะบ่อยนัก โดยมักจะหาข้ออ้างเรื่องเวลาบ้างหรือไม่ก็สภาพดินฟ้าอากาศบ้าง เพื่อกลบเกลื่อนความขี้เกียจของตัวเอง ครั้งนี้เลยถือว่าโชคดีที่งานบังคับให้เราต้องมา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าการมาสวนสาธารณะครั้งนี้มันจะทำให้ได้อะไรไปมากกว่าแค่เรื่องงาน

ลืมบอกว่าผมไปช่วงสายๆของวันอาทิตย์ครับ คนที่สวนลุมไม่ได้มาเยอะมากอย่างที่คิดไว้ตอนแรก (หวังว่าคงไม่ใช่เหตุผลเดียวกับผม ^^) ขณะเดินเข้ามาด้านใน นอกจากภาพคนเดิน หรือวิ่งออกกำลังกายที่เรามักจะเห็นกันชินตากันแล้ว ผมก็ได้เห็นครอบครัวน่ารักครอบครัวหนึ่งครับ เป็นครอบครัวชาวต่างชาติที่คงพากันมาเดินเล่น ไม่แน่ใจว่าเค้ามาเป็นครั้งแรกรึเปล่า แต่ที่แน่ๆผมคิดว่ามันดีกว่าการพาลูกไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแน่นอนครับ ที่สำคัญผมว่ามันน่าจะเป็นการสร้างความผูกพันในครอบครัวได้ดีทีเดียวครับ

การมาสวนสาธารณะ สิ่งที่เราจะเห็นมากที่สุดก็คือคนไม้ ใบหญ้า ผมว่าเวลาคนเราเหนื่อยๆ เครียดกับงานนั้น สีเขียวเป็นอีกสีที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ผืนหญ้าแผ่นใหญ่ด้านหน้าที่มีต้นไม้สูงใหญ่โอบกอดเป็นฉากหลังอยู่ มันช่างเย้ายวนให้ผมลงไปนอนเกลือกกลิ้งเสียนี่กะไร ยิ้ม

มาถึงตรงนี้เรื่องงานยังไม่ค่อยได้เท่าไหร่เลยครับ แต่ไม่รู้ทำไมใจมันอิ่มแบบบอกไม่ถูก ในใจก็นึกถึงคนที่บ้านว่าอยากให้เค้ามาด้วยจัง อยากให้เค้ามาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ด้วย บางทีเรานั่งทำงานในห้องสีเหลี่ยมทั้งวัน อยู่ในตึกที่เปิดแอร์ทั้งตึก มีเพื่อนเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์บ้างหรือหน้าโทรศัพท์มือถือบ้าง โลกในมือมันอาจดูเหมือนกว้างขึ้นก็จริง แต่โลกในชีวิตจริงมันกลับดูแคบลงไปถนัดตา…

สำรวจโลเคชั่นใกล้เสร็จแล้ว ก่อนกลับแวะนั่งพักกันตรงลานกว้างใกล้ประตูทางออก เหมือนฉากถูกจัดไว้แต่ไม่ใช่…ที่ม้านั่งด้านตรงข้ามซึ่งเหมือนถูกแบ่งฝั่งด้วยต้นไม้ใหญ่กลางลาน ผมได้พบกับสองครอบครัวที่มีความต่างที่เหมือนกัน ฝั่งซ้ายคุณพ่อลูกอ่อนกำลังป้อนข้าวให้ลูกในรถเข็นพร้อมรอยยิ้มของผู้เป็นพ่อ ฝั่งขวาชายไวกลางคนกำลังป้อนผลไม้ให้คุณแม่วัยชราอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้ฝั่งนี้จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มจากลูกชายแต่ผมเชื่อว่าคุณยายท่านนั้นคงยิ้มกว้างในใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

ความสุขมันอยู่รอบตัวเราจริงๆนะครับ แต่ถ้ายังหาไม่เจอ ลองไปที่สวนสาธารณะใกล้บ้านดูนะครับ ^^